สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอัสตานา ขับเคลื่อนการทูตวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมไทย-คาซัคสถาน ผ่านการดำเนินโครงการสร้างเครือข่ายการทูตวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมไทย-คาซัคสถาน ด้านมะเร็งวิทยา
วันที่นำเข้าข้อมูล 2 ต.ค. 2569
วันที่ปรับปรุงข้อมูล 2 ต.ค. 2569
| 27 view
ระหว่างวันที่ 27 กันยายน - 2 ตุลาคม 2569 นางปิยะพิณ นิยมฤกษ์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงอัสตานา ได้มอบหมายให้ ดร. อรทัย ภูบุญลาภ กูนาซีลาน อัครราชทูตที่ปรึกษา เป็นผู้แทนสถานเอกอัครราชทูตฯ นำคณะแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์จำนวน 5 คน จากศูนย์เวชศาสตร์นิวเคลียร์และมะเร็งวิทยาเมืองเซเมย์และมหาวิทยาลัยการแพทย์เซเมย์ เดินทางเยือนประเทศไทยภายใต้โครงการสร้างเครือข่ายการทูตวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมไทย-คาซัคสถาน ด้านมะเร็งวิทยา เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านการทูตวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมระหว่างประเทศไทยกับคาซัคสถาน โดยเฉพาะในสาขามะเร็งวิทยา เวชศาสตร์นิวเคลียร์ และการแพทย์แม่นยำ ตลอดจนสร้างและขยายเครือข่ายโดยตรงระหว่างสถาบันการแพทย์ สถาบันวิจัย และผู้เชี่ยวชาญของทั้งสองประเทศ เพื่อวางรากฐานสำหรับความร่วมมือด้านการวิจัยร่วม การพัฒนาศักยภาพบุคลากร การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และแนวปฏิบัติที่ดีในระยะยาว
ในโอกาสดังกล่าว ดร. อรทัยฯ ได้นำคณะฯ เข้าพบและหารือกับเรืออากาศเอก นายแพทย์สมชาย ธนะสิทธิชัย ผู้อำนวยการสถาบันมะเร็งแห่งชาติ และคณะแพทย์และผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันมะเร็งแห่งชาติ เพื่อแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางส่งเสริมความร่วมมือด้านมะเร็งวิทยา การพัฒนาบุคลากรทางการแพทย์ และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพระหว่างไทยกับคาซัคสถาน รับฟังการบรรยายเกี่ยวกับการดูแลรักษามะเร็งปากมดลูกแบบครบวงจรในประเทศไทยและการดูแลแบบประคับประคองสำหรับผู้ป่วยมะเร็ง พร้อมทั้งเยี่ยมชมการดำเนินงานของสถาบันมะเร็งแห่งชาติและร่วมสังเกตการณ์การผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์ ซึ่งสะท้อนถึงการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อเพิ่มความแม่นยำและยกระดับประสิทธิผลของการรักษา นอกจากนี้ คณะฯ ยังได้ศึกษาดูงาน ณ ศูนย์มะเร็ง คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล และธนาคารชีวภาพสำหรับโรคมะเร็งแบบครบวงจร โดยเยี่ยมชมห้องปฏิบัติการและเรียนรู้กระบวนการจัดเก็บ บริหารจัดการ และใช้ประโยชน์จากตัวอย่างชีวภาพและข้อมูลทางคลินิกอย่างเป็นระบบ ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญสำหรับการวิจัยโรคมะเร็ง การแพทย์แม่นยำ และการพัฒนาแนวทางวินิจฉัยและรักษาในอนาคต
นอกจากนี้ คณะฯ ได้ศึกษาดูงาน ณ โรงพยาบาลมะเร็งกรุงเทพ วัฒโนสถ ซึ่งเป็นโรงพยาบาลเอกชนเฉพาะทางด้านโรคมะเร็งแห่งแรกของประเทศไทย และให้บริการดูแลรักษาโรคมะเร็งแบบครบวงจรในระดับพรีเมียม ปัจจุบันโรงพยาบาลฯ อยู่ระหว่างการพัฒนาศูนย์โปรตอนกรุงเทพ (Bangkok Proton Center) ซึ่งคาดว่าจะพร้อมให้บริการผู้ป่วยชาวไทยและชาวต่างชาติในปี 2572 โดยเทคโนโลยีโปรตอนบำบัดจะช่วยเพิ่มความแม่นยำในการฉายรังสีไปยังตำแหน่งก้อนมะเร็งและลดผลกระทบต่อเนื้อเยื่อปกติโดยรอบ อันจะเพิ่มทางเลือกในการรักษาโรคมะเร็งที่ซับซ้อนและเสริมสร้างศักยภาพของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางการแพทย์ระดับนานาชาติ คณะฯ ยังได้เยี่ยมชมโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ซึ่งมีจุดเริ่มต้นจากศูนย์วิจัยศึกษาและบำบัดโรคมะเร็ง ก่อนพัฒนาสู่โรงพยาบาลเฉพาะทางและสถาบันการแพทย์และการวิจัยที่บูรณาการองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมเพื่อการดูแลผู้ป่วย ตลอดจนเยี่ยมชมบริษัท ซีที เอเซีย โรโบติกส์ จำกัด และพบหารือกับ ดร. เฉลิมพล ปุณโณทก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัทฯ ซึ่งได้บริจาคอุปกรณ์ Dinsaw AI Breath Analyzer จำนวน 2 เครื่องแก่ศูนย์เวชศาสตร์นิวเคลียร์และมะเร็งวิทยาเมืองเซเมย์ เพื่อสนับสนุนการวิจัย การศึกษา และการพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์สำหรับการคัดกรองมะเร็งเต้านมผ่านการวิเคราะห์สารอินทรีย์ระเหยง่ายในลมหายใจ นับเป็นตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมของความร่วมมือระหว่างภาคเอกชนไทยกับหน่วยงานภาครัฐของคาซัคสถาน
การดำเนินโครงการสร้างเครือข่ายการทูตวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมไทย-คาซัคสถาน ด้านมะเร็งวิทยา เป็นการสานต่อความมุ่งมั่นของสถานเอกอัครราชทูตฯ ในการส่งเสริมการทูตวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของการทูตเศรษฐกิจเชิงรุกของไทยในคาซัคสถานและภูมิภาคเอเชียกลาง โดยเป็นการต่อยอดจากโครงการความร่วมมือไทย-คาซัคสถานด้านมะเร็งวิทยาและการแพทย์เชิงนวัตกรรม ซึ่งดำเนินการ ณ กรุงอัสตานา ระหว่างวันที่ 5 - 9 เมษายน 2569 และโครงการพัฒนาความร่วมมือด้านการวินิจฉัยและรักษาโรคมะเร็งระหว่างไทยกับคาซัคสถานเพื่อยกระดับศักยภาพบุคลากรทางการแพทย์ ซึ่งดำเนินการ ณ เมืองเซเมย์ ระหว่างวันที่ 5 - 11 กันยายน 2569 โดยการดำเนินโครงการอย่างต่อเนื่องทั้งในประเทศไทยและคาซัคสถานทำให้ความร่วมมือมีลักษณะสองทางที่มีส่วนช่วยยกระดับศักยภาพบุคลากรและส่งเสริมความมั่นคงด้านสุขภาพและสนับสนุนการสร้างความเชื่อมั่นต่อมาตรฐานการแพทย์ของไทย เปิดโอกาสในการต่อยอดงานวิจัย การแลกเปลี่ยนบุคลากรและเทคโนโลยี การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และการขยายตลาดนวัตกรรมทางการแพทย์ของไทย ตลอดจนสนับสนุนเป้าหมายของประเทศไทยในการเป็นศูนย์กลางการแพทย์และสุขภาพในระดับนานาชาติสำหรับคาซัคสถานและภูมิภาคเอเชียกลาง
รูปภาพประกอบ
รูปภาพประกอบTOP
สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอัสตานา
Royal Thai Embassy, Astana, Kazakhstan
Royal Thai Embassy, Astana, Kazakhstan
16th Floor, Astana Tower Business Center, 12, Samal microdistrict, Saryarkynskiy District, Astana, Republic of Kazakhstan, zipcode 010000.
เวลาทำการ : วันจันทร์ - วันศุกร์, 9.00 - 12.00 น. และ 13.00 - 17.00 น. (ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์)
Tel : +7-7172-79-77-53
Fax : +7-7172-79-77-60
Email : [email protected]/ [email protected] (for visa and consular issues)
Copyright © 2012-2020 สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอัสตานา. All rights reserved.